เตือนภั ย ธุรกิจเช่ารถ

ด.ต.ศุภชัย กรรมการตำรวจผู้บังคับหมู่กองกำกับการสอบสวนภูธรจังหวัดกระบี่เจ้าของรถเก๋งฮอนด้าซิตี้สีแดงป้ายแดงทะเบียน ก2331 กระบี่ ได้เข้าไปตรวจสภาพความเสียหายของรถยนต์ที่จอดอยู่ภายในศูนย์บริการฮอนด้ามะลิวัลย์กระบี่ อ.เมืองกระบี่ที่มาของเรื่องเกิดจากนายพิชานันหรือตั้ม เกียรติโอฬาร อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นชาว อ.เมืองกระบี่ได้เช่ารถของด.ต.ศุภชัย ไปเมื่อวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมาแต่กลับนำรถไปจอดที่อู่แห่งหนึ่งในพื้นที่ ม.2 ต.ทับปริก อ.เมืองกระบี่

นายพิชานันได้เช่ารถของด.ต.ศุภชัย

เมื่อทราบเรื่องจึงตามไปเอารถคืนแต่ปรากฏว่ารถอยู่ในสภาพห้องเครื่องมีร่องรอยถูกรื้อถอดชิ้นส่วนไปหลายรายการจึงติดตามตัวนายพิชานันมาสอบถาม ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าได้รื้อเอาอุปกรณ์ในรถไปจริง จึงแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.เมืองกระบี่ เมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา ก่อนจะมาตรวจสอบความเสียหายของรถและชิ้นส่วนอะไหล่ที่หายไปเพื่อประเมินควรามเสียหายและแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาลักทรัพย์

ด.ต.ศุภชัย

ด.ต.ศุภชัย

เบื้องต้นหัวหน้าช่างประจำศูนย์บริการฯ บอกว่าการถอดอะไหล่รถในลักษณะดังกล่าวตนไม่เคยเจอมาก่อนเพิ่งพบเป็นเคสแรกจากการตรวจสอบสภาพรถในยังพบมีร่องรอยถอดอุปกรณ์ เช่น ท่อไอเสียและที่ชัดเจนมีชิ้นส่วนถูกถออดออกไป2รายการ คือ แผ่นกันความร้อนคอท่อหลังเทอร์โบ1ชิ้นและแผ่นกันความร้อนเทอร์โบด้านบน1ชิ้นซึ่งจะเกี่ยวเนื่องกับตัวเทอร์โบ แต่ยังไม่ทันได้ถอดเทอร์โบ นอกจากนี้ยังพบมีการใส่อะไหล่มาไม่ครบและใส่น็อตไม่ตรงด้วยรวมมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า10,000บาท

นำรถไปจอดที่อู่

ด.ต.ศุภชัย เล่าให้ฟังว่าตนเปิดบริการให้เช่ารถเป็นอาชีพเสริมในตัวเมืองกระบี่ก่อนเกิดเหตุนายพิชานันผู้ต้องหาได้โทรศัพท์ติดต่อมาขอเช่ารถ พร้อมระบุเป็นรถฮอนด้าซิตี้ รุ่นใหม่ ป้ายแดงซึ่งตนมีรถรุ่นดังกล่าวเพิ่งซื้อมาได้ประมาณ5เดือนจึงตกลงทำสัญญาเช่าเป็นเวลา1วัน ราคา900บาท โดยผู้ต้องหานัดคืนรถในเช้าวันที่9 พ.ค.และโอนเงินมัดจำมาให้2,000บาทนัดมารับรถที่ถนนปานุราชเขตเทศบาลเมืองกระบี่มื่อตรวจสอบรถในสภาพเรียบร้อยนายพิชานันขับรถไปทันทีต่อมาช่วงเย็นตนสังเกตเห็นสัญญาณจีพีเอสที่ติดตัวรถหยุดนิ่งผิดปกติเป็นเวลา4-5ชม.ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งก่อนเคลื่อนรถไปที่อู่รถยนต์แห่งหนึ่งในพื้นที่ ม.2 ต.ทับปริกและรถจอดที่อยู่ดังกล่าวตั้งแต่4โมงเย็นจนถึงเช้า

มีร่องรอยถูกรื้อถอดชิ้นส่วน

ความผิดปกติคือสัญญาณจีพีเอสหายไปประมาณ3 ชม.ตั้งแต่5โมงเย็นถึง3ทุ่ม เมื่อเห็นผิดสังเกตจึงโทรศัพท์ไปสอบถามนายพิชานันว่าจะคืนรถตามกำหนดหรือไม่ผู้ต้องหาก็รับปากตนจึงถามต่อว่าทำไมมาจอดที่อู่ผู้ต้องหาตอบว่ามาดูรถที่ซ่อมไว้ตนจึงกำชับว่าอย่าถอดอะไหล่รถที่ให้เช่านายพิชานันรับปากต่อมาเช้าวันที่ 9 พ.ค.ถึงเวลานัดรับรถคืนแต่ไม่มาตามนัดตนพยายามโทรติดต่อแต่ไม่สามารถติดต่อได้จึงตรวจสอบที่อู่ดังกล่าวปรากฏว่าพบรถจอดอยู่ในสภาพไม่ล็อกประตูและเปิดไฟในรถทิ้งไว้ตัดสัญญานภาพกล่องบันทึกในรถออก มีร่องรอยการถอดอุปกรณ์พร้อมพบคราบน้ำมันของเหลวภายในห้องเครื่องจึงนำรถมาตรวจสอบที่ศูนย์บริการดังกล่าวเชื่อว่าผู้ต้องหาต้องการจะถอดเทอร์โบแต่ถอดไม่ทันเชื่อว่านายพิชานันไม่ได้ลงมือเพียงคนเดียว อาจจะมีผู้ร่วมขบวนการ2-3คน และทางเจ้าของอู่น่าจะมีส่วนรู้เห็นด้วยซึ่งหลังจากนี้จะรวบรวมหลักฐานแจ้งความดำดำเนินคดีตามกฎหมาย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา
https://bit.ly/2RI5aoS

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *