พ ลเมืองดี

กลายเป็นเรื่องราวที่ถูกแชร์ออกไปมากจริงๆ สำหรับเหตุการณ์ที่ได้มาเสนอให้ฟังกันในวันนี้ค่ะ สังคมสมัยนี้บอกเลยว่าบางทีก็น่ากลัวจนเกินไป แต่ความโชคร้ายนั้นก็ยังคงมีความโชคดีอยู่นั้นเองค่ะ นั้นไม่รอช้าแล้วค่ะเราไปฟังเรื่องราวนี้กันต่อเลยค่

ล่าสุดมานี่เองค่ะ เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 22 ก.พ. 2564 ร.ต.ต.ไพรัช กังวลกิจ รองสารวัตร(ปราบปราม) สภ.คลองกิ่ว จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีที่เข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุรถเก๋งพลิกคว่ำว่า ถูกคนร้ายลักรถยนต์หลบหนีไป เหตุเกิดบนถนนสาย 331 กบินทร์บุรี-สัตหีบ (ขาเข้าสัตหีบ) บ้านมาบคล้า หมู่ที่ 4 ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบผู้เสียหายชื่อนายเอ นามสมมติ กล่าวว่า ตนขับรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ จาก จ.จันทบุรี เพื่อมาส่งเพื่อนกลับที่พักใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ขณะมาถึงที่เกิดเหตุ พบรถเก๋งพลิกคว่ำอยู่กลางถนน จึงชะลอและจอดรถริมถนนเลนซ้ายสุด ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 150 เมตร แล้วรีบมาช่วยเหลือคนเจ็บ และช่วยโบกรถที่ขับมา เพื่อไม่ให้เข้ามาชนซ้ำ นายเอ กล่าวต่อว่า ระหว่างที่กำลังช่วยโบกรถอยู่ มองเห็นรถสีดำเลี้ยวข้ามสี่แยก ก่อนจะไปชนถังขยะและม้าหินอ่อน แต่พอสังเกตชัดๆ

ก็พบว่าเป็นรถของตน เนื่องจากปลายกระจกมองข้างมีแสงสีขาวและไฟท้ายจะกะพริบถี่ๆ เวลาจอด เมื่อหันกลับไปดูตรงที่ตนจอดรถไว้ก็ไม่พบรถแล้ว จึงรีบวิ่งมาดูเพราะมั่นใจว่าเป็นรถของตนแน่ แต่พบคนร้ายเป็นชายใส่เสื้อสีเข้ม เปิดประตูลงมาจากรถและวิ่งหนีไปทางตลาดบ้านมาบคล้า รถได้รับความเสียหายกันชนหน้าหลุด ตนจึงขึ้นรถและขับไล่ตามคนร้าย แต่ไม่พบ จากนั้นจึงขับย้อนกลับมาตรงที่เกิดเหตุ โชคดีที่ได้รถกลับมาคืน

ด้านนายพนัสพงษ์ สิงห์หาอาสากู้ภัย กล่าวว่า ตนก็มีความหวาดระแวงหลังจากที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับพลเมืองดี เพราะอาสากู้ภัยที่มาช่วยเหลือต้องติดเครื่องยนต์และเปิดไฟ เพื่อเป็นสัญญาณเตือนรถที่ผ่านไปมาบริเวณที่เกิดเหตุ หลังจากนี้คงต้องชักกุญแจออกและเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น อาจจะให้เพื่อนยืนเฝ้ารถและทรัพย์สินมีค่าเอาไว้ ขณะช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ

ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก
https://bit.ly/2ZH5kO5

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *